Publication

ไซนัสอักเสบ ... รักษาได้ตอนที่ 2


Update : 10 Mar 2025

Download pdf file

การวินิจฉัยโรคไซนัสอักเสบอาศัยประวัติการตรวจร่างกายและการสืบค้นเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคไซนัสอักเสบ
การวินิจฉัยโรคไซนัสอักเสบอาศัยประวัติการตรวจร่างกายและการสืบค้นเพิ่มเติมประวัติที่ช่วยในการวินิจฉัยโรคไซนัสอักเสบเฉียบพลันได้แก่ เป็นหวัดมานานมากกว่า 7-10 วัน เป็นหวัดที่มีอาการรุนแรงมาก ไข้สูง คัดจมูก มีน้ำมูกเหลืองข้น ได้กลิ่นลดลง ปวดหรือตื้อทึบบริเวณโหนกแก้มคล้ายปวดฟันบน ปวดรอบๆจมูก หัวคิ้วหรือหน้าผาก เจ็บคอ เสมหะไหลลงคอ ไอ ปวดศีรษะ อาการทางจมูกที่ไม่ดีขึ้นหลังให้ยาหดหลอดเลือด โดยมีอาการดังกล่าวภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน ผู้ป่วยโรคไซนัสอักเสบเรื้อรังมักมีอาการไม่เฉพาะเจาะจงเช่น คัดจมูก การรับกลิ่นลดลงหรือไม่ได้กลิ่น มีน้ำมูกสีเขียวเหลืองในจมูกหรือไหลลงคอ ปวดศีรษะ มีกลิ่นปาก ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น ลิ้นเป็นฝ้า คอแห้ง มีเสมหะในคอ เจ็บคอ ระคายคอเรื้อรัง ไอ ปวดหูหรือ หูอื้อ อาจแยกได้ยากจากโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือโรคจมูกอักเสบชนิดไม่แพ้

ลักษณะที่พบจากการตรวจร่างกายที่ช่วยในการวินิจฉัยโรคไซนัสอักเสบเฉียบพลัน ได้แก่ มีการกดเจ็บบริเวณไซนัสที่อักเสบเห็นน้ำมูกเหลืองข้นไหลลงคอ เยื่อบุจมูกที่อักเสบบวมแดงมากหรือมีหนองคลุม ส่วนโรคไซนัสอักเสบเรื้อรังนั้นมักจะไม่มีอาการกดเจ็บบริเวณไซนัส การตรวจในช่องจมูกอาจพบน้ำมูกเหลืองในจมูกหรือโพรงหลังจมูกและเยื่อบุจมูก ที่อักเสบบวมได้

การสืบค้นเพิ่มเติมที่ช่วยในการวินิจฉัยโรคไซนัสอักเสบได้แก่ การส่งถ่ายภาพรังสีไซนัส การส่งทำเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) บริเวณจมูกและไซนัสซึ่งมีประโยชน์ในรายที่มีภาวะแทรกซ้อนของโรคไซนัสอักเสบ ผู้ป่วยที่เป็นไซนัสอักเสบเฉียบพลันเป็นๆหายๆ หรือไซนัสอักเสบเรื้อรังและก่อนทำการผ่าตัดรักษาไซนัสอักเสบด้วยกล้องเอ็นโด สโคป การใช้กล้องเอ็นโดสโคปส่องตรวจในโพรงจมูกดูรูเปิดของไซนัสว่ามีหนองไหลออกมา หรือไม่ ก็มีประโยชน์ในการช่วยวินิจฉัยโรค นอกจากนั้นการส่องกล้องยังช่วยเก็บสารคัดหลั่งหรือหนอง เพื่อส่งตรวจหาเชื้อและความไวต่อยาต้านจุลชีพหาความผิดปกติทางกายวิภาคที่ เป็นสาเหตุของโรคไซนัสอักเสบและช่วยในการผ่าตัดโดยทำให้เห็นบริเวณที่ผ่าตัด ชัดขึ้นและช่วยในการติดตามผลการรักษาของผู้ป่วยด้วย

การรักษาโรคไซนัสอักเสบ

จุดมุ่งหมายของการรักษาไซนัสอักเสบคือ บรรเทาอาการและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและป้องกันภาวะแทรกซ้อนหรือการกลับเป็นซ้ำของโรค

หลักในการรักษาโรคไซนัสอักเสบ
1. กำจัดเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุ
โดยการให้ยาต้านจุลชีพเพื่อทำให้อาการของโรคดีขึ้นเร็ว การเลือกชนิดของยาต้านจุลชีพขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการติดเชื้อ การดำเนินโรคความไวต่อยาต้านจุลชีพของเชื้อนั้นๆและอุบัติการณ์ของการดื้อยา ระยะเวลาของการให้ยาต้านจุลชีพนั้น ในรายที่เป็นไซนัสอักเสบเฉียบพลันควรให้ยาต้านจุลชีพอย่างน้อย 10-14 วัน หรือให้จนผู้ป่วยไม่มีอาการผิดปกติแล้วให้ต่ออีก 1 สัปดาห์หลังจากนั้น ในรายที่เป็นไซนัสอักเสบเรื้อรังควรให้ยาต้านจุลชีพเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3-6 สัปดาห์

2. ทำให้การไหลเวียนของสารคัดหลั่งและอากาศภายในไซนัสดีขึ้น
     2.1 ยาหดหลอดเลือดทำให้การบวมของเยื่อบุจมูกลดลงบรรเทาอาการคัดจมูกทำให้รูเปิดของไซนัสโล่งขึ้น อาจให้ในรูปยาพ่นหรือยาหยอดจมูกหรือยารับประทานหรือให้ร่วมกันทั้งสองชนิดก็ ได้ สำหรับยาหดหลอดเลือดที่พ่นหรือหยอดจมูกไม่ควรใช้นานกว่า 7 วัน เพราะจะทำให้เยื่อบุจมูกเสียได้ ส่วนยาหดหลอดเลือดชนิดรับประทานควรระวังผลข้างเคียงเช่น ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นเร็ว นอนไม่หลับ กระสับกระส่ายด้วย
     2.2 ยาสตีรอยด์พ่นจมูกอาจมีประโยชน์ในรายที่เป็นไซนัสอักเสบเรื้อรังหรือไซนัส อักเสบเป็นๆหายๆ โดยเฉพาะถ้ามีโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้หรือชนิดที่ไม่แพ้ร่วมด้วย ยาพ่นจมูกดังกล่าวจะช่วยลดการอักเสบในจมูกทำให้รูเปิดของไซนัสที่มาเปิดใน โพรงจมูกโล่งขึ้น ช่วยให้การไหลเวียนของอากาศการระบายของสารคัดหลั่งหรือหนองที่อยู่ภายในไซนัสดีขึ้น
     2.3 ยาต้านฮิสตามีนไม่แนะนำให้ใช้ ยาต้านฮิสตามีนรุ่นเก่าในผู้ป่วยไซนัสอักเสบที่ไม่ได้มีโรคจมูกอักเสบจาก ภูมิแพ้ร่วมด้วย เนื่องจากอาจทำให้น้ำมูกและสารคัดหลั่งแห้งและเหนียวได้ ในรายที่มีโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ร่วมด้วย ควรเลือกใช้ยาต้านฮิสตามีนรุ่นใหม่เนื่องจากมีผลข้างเคียงดังกล่าวค่อนข้าง น้อย
     2.4 ยาละลายมูกหรือเสมหะยังไม่มีการศึกษาที่แสดงถึงประสิทธิภาพของยาละลายมูกในการรักษาโรคไซนัสอักเสบชัดเจน
     2.5 การล้างจมูกด้วยน้ำเกลืออุ่นๆเป็นการชะล้างเอาน้ำมูก หนอง สิ่งสกปรกในจมูก ซึ่งเกิดจากการอักเสบในโพรงจมูกและไซนัสออกเพื่อให้โพรงจมูกและบริเวณรูเปิด ของไซนัสโล่ง ทำให้การพัดโบกของขนกวัดที่เยื่อบุจมูกดีขึ้น อาการต่างๆของผู้ป่วยจะดีขึ้นเร็ว
     2.6 การสูดดมไอน้ำเดือดจะช่วยทำให้เยื่อบุจมูกยุบบวม โล่ง อาการคัดจมูกน้อยลง อาการปวดตื้อๆที่ศีรษะดีขึ้น นอกจากนั้นยังทำให้การพ่นยาเข้าไปในจมูกมีประสิทธิภาพมากขึ้น
     2.7 การผ่าตัดส่วนใหญ่ของผู้ป่วยที่เป็นโรคไซนัสอักเสบมักจะหายได้โดยการใช้ยา อย่างเต็มที่ ส่วนน้อยที่ต้องรับการผ่าตัด ดังนั้นในการรักษาจึงพยายามใช้ยาอย่างเต็มที่ก่อนการผ่าตัดเป็นการแก้ไข พยาธิสภาพที่ทำให้รูเปิดระหว่างโพรงจมูกและไซนัสอุดตัน

ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด
• ผู้ป่วยที่ต้องการเชื้อไปส่งตรวจหาชนิดและความไวต่อยาต้านจุลชีพของเชื้อ
• ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาโดยให้ยาอย่างเต็มที่แล้วผู้ป่วยไม่ดีขึ้น(ผู้ป่วย ไซนัสอักเสบเฉียบพลันที่รักษาด้วยยาเต็มที่แล้วไม่หายภายใน 3 - 4 สัปดาห์ หรือผู้ป่วยไซนัสอักเสบเรื้อรังที่รักษาด้วยยาเต็มที่แล้วไม่ได้ผลภายใน 4 - 6 สัปดาห์) หรือมีการอักเสบเป็นซ้ำหลายๆครั้ง
• ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมากมีไข้ขึ้นสูงหรือมีภาวะแทรกซ้อนของไซนัสอักเสบ
• ผู้ป่วยไซนัสอักเสบที่มีริดสีดวงจมูกร่วมด้วย
• ผู้ป่วยไซนัสอักเสบที่เกิดจากเชื้อรา
• ผู้ป่วยไซนัสอักเสบที่มีความผิดปกติของโครงสร้างทางกายวิภาคภายในโพรงจมูก ซึ่งทำให้เกิดการอุดตันของรูเปิดไซนัส

3. รักษาโรคหรือปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคไซนัสอักเสบ เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ  ได้แก่
     3.1) ความแข็งแรงสมบูรณ์ของร่างกายต้องแนะนำให้ผู้ป่วยดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง ให้ดีจะได้มีภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยให้พักผ่อนให้เพียงพอรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ และออกกำลังกายให้สม่ำเสมอเพื่อให้ความต้านทานโรคดีขึ้นโอกาสที่จะเกิดการ ติดเชื้อน้อยลง
     3.2) เมื่อมีการติดเชื้อขึ้นในทางเดินหายใจส่วนบนเช่น เป็นหวัด คออักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบหรือฟันผุ ต้องรีบรักษาให้หายโดยเร็วเพื่อไม่ให้การอักเสบนั้นลุกลามไปถึงไซนัสได้
     3.3) ผู้ป่วยที่เป็นโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้หรือชนิดไม่แพ้ ควรได้รับการรักษาอย่างถูกต้องให้ผู้ป่วยรู้จักวิธีปฏิบัติตัวและดูแลสิ่ง แวดล้อมให้เหมาะสม
     3.4) ผู้ป่วยที่มีผนังกั้นช่องจมูกคดหรือมีความผิดปกติทางกายวิภาคอื่นๆในจมูก หรือมีริดสีดวงจมูกควรให้การรักษาด้วยยาหรือผ่าตัดให้เหมาะสมเป็นกรณีๆไป

Download pdf file

Louis vuitton fake kaufen Louis vuitton imitacion Bolsos Louis vuitton imitazioni Louis vuitton tassen Replica
Cheap NFL Jerseys sac Louis Vuitton pas cher chine Hermes Replica Handbags