Publication

โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ตอนที่ 3


Update : 17 Feb 2011

การรักษาโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ควรเริ่มตั้งแต่อธิบายให้ผู้ป่วยและคนในครอบครัวผู้ป่วยเข้าใจโรคนี้อย่าง ถูกต้อง และแนะนำให้ผู้ป่วยดูแลตนเองให้เหมาะสม...

การรักษา

โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้  ตอนที่ 3การรักษา
การรักษาโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ควรเริ่มตั้งแต่อธิบายให้ผู้ป่วยและคนในครอบครัวผู้ป่วยเข้าใจโรคนี้อย่างถูกต้องและแนะนำให้   ผู้ป่วยดูแลตนเองให้เหมาะสม เช่น รักษาสุขภาพให้แข็งแรงโดยออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ
5 หมู่ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและรักษาสุขภาพจิตให้สดชื่นแจ่มใสเพราะถ้ามีความเครียดวิตกกังวลอาจทำให้อาการของโรค เป็นมากขึ้น ถ้าผู้ป่วยมีอาการของโรคหืดหรือโรคทางเดินหายใจส่วนล่าง ก็ควรให้การรักษาร่วมด้วยหลักการรักษามีอยู่ 3 ขั้นตอน คือ

1. การหลีกเลี่ยงหรือกำจัดสิ่งที่แพ้
เป็นการรักษาที่สำคัญที่สุดโดยหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้หรือ กำจัดหรือลดปริมาณของสารก่อภูมิแพ้ที่มีอยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้เหลือ น้อยที่สุด โดยเฉพาะในห้องนอนซึ่งผู้ป่วยต้องใช้เวลาอยู่ในห้องนี้ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน  แนะนำให้ผู้ป่วยสังเกตว่าสารหรือ
ภาวะแวดล้อมอะไรที่ทำให้อาการเป็นมากขึ้น เพื่อที่จะได้หลีกเลี่ยง อย่างไรก็ตามบางครั้งการหลีกเลี่ยงเป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ยาก
ในชีวิตประจำวัน

2. การใช้ยาบรรเทาอาการ  เช่น
• ยาต้านฮิสตามีนซึ่งจะได้ผลดีก็ต่อเมื่อให้ยา ก่อนที่จะสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้การใช้ยากลุ่มนี้แนะนำให้ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการไม่มากและมีอาการเพียงครั้งคราว
• ยาหดหลอดเลือดมีทั้งในรูปรับประทานและใช้เฉพาะที่ ทำให้หลอดเลือดหดตัวและเนื้อเยื่อในจมูกยุบบวมทำให้อาการคัดจมูก
น้อยลง
• ยาสเตียรอยด์สามารถให้ได้ในรูปรับประทานและใช้เฉพาะที่ โดยชนิดรับประทานมีข้อบ่งชี้ในการใช้รักษาโรคจมูกอักเสบ
จากภูมิแพ้ คือ
1. ในรายที่มีอาการคัดจมูกมากซึ่งทำให้การใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกได้ผลไม่ดีเนื่องจากยาไม่สามารถเข้าไปในจมูกได้ทั่วถึง
2. ในรายที่มีอาการจมูกไม่ได้กลิ่นร่วมด้วย
3. ในรายที่มีริดสีดวงจมูกเล็กๆร่วมด้วยเพื่อทำให้ริดสีดวงจมูกยุบ
4. ในรายที่มีเยื่อบุจมูกเสียเนื่องจากการใช้ยาหดหลอดเลือดชนิดใช้เฉพาะที่นานเกินไป
ยาสเตียรอยด์ชนิดรับประทานมีข้อดีเหนือยาสเตียรอยด์เฉพาะที่คือมีผลต่อทุกส่วนของจมูกและโพรงอากาศข้างจมูกแต่อาจมี
ผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้มากจึงไม่ควรใช้นานเกิน 14 วัน ส่วนยาสเตียรอยด์เฉพาะที่ที่ใช้ในจมูกถือเป็นการรักษามาตรฐานของโรคนี้ โดยเป็นยาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้มากที่สุด ดังนั้นจึงใช้ยานี้ในการรักษาและป้องกันอาการ
การใช้ยาสเตียรอยด์เฉพาะที่ควรใช้ต่อเนื่องกันจึงจะได้ผลดีในการคุมอาการของ ผู้ป่วย องค์การอนามัยโลกได้แนะนำให้ใช้ยานี้เป็นยาชนิดแรกในการรักษาผู้ป่วยที่มี อาการของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้แบบอาการปานกลางถึงมากหรือรายที่มีอาการ ตลอดเวลาหรือในรายที่มีอาการคัดจมูกเป็นอาการเด่น

การฉีดวัคซีน (allergen immunotherapy)
เป็นการฉีดสารก่อภูมิแพ้ที่คิดว่าเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการเข้าไปในร่างกายทีละน้อยโดยฉีดเข้าในผิวหนัง(intradermal) หรือใต้ผิวหนัง (subcutaneous) แล้วค่อยๆเพิ่มจำนวนจนได้ขนาดสูงสุดที่ผู้ป่วยรับได้
1. ผู้ป่วยแพ้สารก่อภูมิแพ้ที่ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้
2. ผู้ป่วยมีอาการมาก โดยมีอาการตลอดปีและเป็นมานานไม่ต่ำกว่า 1 - 2 ปีหรือมีอาการของโรคหืดร่วมด้วย
3. ไม่สามารถควบคุมอาการได้ด้วยยาหรือไม่สามารถทนอาการข้างเคียงของยา
เหล่านั้นได้
การฉีดวัคซีนนี้เป็นวิธีเดียวที่มีแนวโน้มว่าจะรักษาโรคจมูกอักเสบจากภูมิ แพ้ให้หายได้ เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงการทำงานของเซลล์ระดับภูมิคุ้มกัน องค์การอนามัยโลกแนะนำให้เริ่มฉีดวัคซีนในระยะแรกของโรคเมื่อมีข้อบ่งชี้เพื่อลดผลข้างเคียงจากการใช้ยาและป้องกันไม่ให้อาการของโรค ที่เป็นอยู่รุนแรงและป้องกันไม่ให้เกิดผลแทรกซ้อนจากโรคตามมา นอกจากการให้วัคซีนโดยวิธีฉีดแล้วมีรายงานว่าการให้วัคซีนทางจมูกหรือหยดใต้ลิ้นก็ได้ผลดีเช่นกัน

การรักษาโดยการผ่าตัด
อาจจำเป็นต้องใช้การผ่าตัดรักษาอาการบางอย่าง เช่น อาการคัดจมูกหรือน้ำมูกไหลซึ่งให้การรักษาโดยการใช้ยาอย่างเต็มที่แล้วไม่ดีขึ้น
1. การผ่าตัดเพื่อรักษาอาการคัดจมูก ในรายที่เยื่อบุจมูกมีการหนาตัวขึ้นอย่างมากอาจทำให้มีอาการคัดจมูกตลอดเวลาซึ่งอาจรักษาโดย
    1.1 การทำลายเยื่อบุจมูกเพื่อให้เกิดพังผืดหดดึงรั้งทำให้เยื่อบุจมูกยุบตัวจมูกโล่งขึ้น อาจทำโดยใช้จี้ไฟฟ้าเลเซอร์หรือใช้คลื่นวิทยุหรือใช้เครื่องปั่น ตัด ดูด (microdebrider) ตัดเนื้อเยื่อจมูกใต้เยื่อบุจมูกออกบางส่วน
    1.2 การตัดกระดูกด้านข้างโพรงจมูกออกโดยอาจตัดเอาเยื่อบุที่หนาตัวหรือกระดูกด้านข้างโพรงจมูกออกอย่างใดอย่างหนึ่งหรือเอาออกทั้ง 2 อย่าง จะทำให้โพรงจมูกโล่งขึ้น
2. การผ่าตัดเพื่อรักษาอาการน้ำมูกไหล ได้แก่ การตัดเส้นประสาทที่มาเลี้ยงเยื่อบุจมูกบางเส้น ทำให้อาการน้ำมูกไหลลดน้อยลง นอกจากนี้ในรายที่มีภาวะแทรกซ้อนหรือมีโรคร่วมเกิดขึ้นก็อาจต้องทำผ่าตัด รักษาเช่น ไซนัสอักเสบที่รักษาด้วยยาแล้วไม่ดีขึ้นหรือมีริดสีดวงจมูกร่วมด้วยก็อาจ ต้องผ่าตัดโพรงจมูกและไซนัสด้วยกล้องเอ็นโดสโคป รายที่มีน้ำคั่งในหูชั้นกลางที่รักษาแล้วไม่ดีขึ้น
ก็อาจใส่ท่อระบายที่เยื่อ แก้วหู


โรคที่พบร่วมกับโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้อาจพบร่วมกับโรคอื่นๆได้แก่ หูชั้นกลางอักเสบและน้ำคั่งในหูชั้นกลาง โรคหืด เจ็บคอและไอเรื้อรัง ไซนัสอักเสบ ริดสีดวงจมูก จมูกไม่ได้กลิ่นและปัญหานอนกรน และหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

1. หูชั้นกลางอักเสบและน้ำคั่งในหูชั้นกลาง
คือการอักเสบของเยื่อบุในหูชั้นกลางมักจะมีสารคัดหลั่งเกิดขึ้นภายในหูชั้น กลางด้วย อาจเป็นน้ำใส มูกหรือหนอง ถ้ามีอาการเกิดขึ้นเฉียบพลันจะมีอาการไข้ ปวดหูหรือมีหนองไหลจากหู ในรายที่มีเยื่อแก้วหูทะลุ ในรายที่มีของเหลวขังอยู่ในหูชั้นกลางจะไม่มีอาการและอาการแสดงของการอักเสบ เฉียบพลัน ผู้ป่วยมักจะมีการได้ยินลดลงมักเกิดจากปฏิกิริยาภูมิแพ้ที่เยื่อบุจมูกทำให้ เกิดการบวมและอุดตันของท่อยูสเตเชียน(ที่เชื่อมระหว่างหูชั้นกลางและโพรง หลังจมูก) ซึ่งทำให้ความดันอากาศในหูชั้นกลางต่ำกว่า
ภายนอกและเกิดสารคัดหลั่งในหูชั้น กลาง
2. โรคหืด
พบว่าร้อยละ 60-78 ของผู้ป่วยโรคหืดจะมีโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ร่วมด้วยและร้อยละ 20-30 ของผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้เป็นโรคหืด โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการมากหรือควบคุมไม่ได้ดีจะทำ ให้อาการหอบหืดแย่ลงถ้ารักษาให้อาการทางจมูกดีขึ้นอาการหอบหืดก็จะดีขึ้น ด้วย
3. เจ็บคอและหรือไอเรื้อรัง
ผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้อาจมีอาการเจ็บคอจากการที่มีอาการคัดจมูกและ ต้องหายใจทางปากหรือมีน้ำมูกไหลลงคอทำให้
มีอาการไอเรื้อรังร่วมด้วยได้
4. ไซนัสอักเสบและหรือริดสีดวงจมูก
ไซนัสอักเสบเป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุไซนัส เมื่อเยื่อบุจมูกบวมจากโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้จะทำให้รูเปิดของไซนัสอุดตัน และเกิดการคั่งของสารคัดหลั่งภายในไซนัสและเกิดการบวมของเยื่อบุไซนัสและการติดเชื้อแบคทีเรียตามมา  นอกจากนั้นการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุจมูกเป็นปัจจัยหนึ่งในการเกิดริดสีดวงจมูกและถ้าเยื่อบุจมูกบวมมาก อาจทำให้อากาศไม่สามารถผ่านไปสู่เซลล์ประสาทรับกลิ่นที่โพรงจมูกส่วนบนทำให้ ได้กลิ่นน้อยลงหรือจมูกอาจไม่ได้กลิ่นเลยได้
5. การกรนและภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ
ร้อยละ 40-60 ของผู้ป่วยจมูกอักเสบจากภูมิแพ้มีปัญหาคัดจมูกซึ่งเกิดจากเยื่อบุจมูกบวมทำ ให้การไหลเวียนของอากาศภายในโพรงจมูกลดลงและความต้านทานภายในโพรงจมูกสูง ขึ้น การที่ต้องพยายามสูดลมหายใจเข้าแรงขึ้น ในขณะที่การไหลเวียนของอากาศลดลงในช่วงหายใจเข้าจะส่งผลให้เกิดการตีบแคบและ อุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบน จนอาจเกิดเสียงกรนและถ้าการอุดกั้นทางเดินหายใจเป็นมากขึ้นอาจเกิดภาวะหยุด หายใจขณะหลับได้ ภาวะเช่นนี้ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียหรือง่วงซึมในเวลากลางวันส่งผลให้การ เรียนรู้และสมรรถภาพในการทำงานลดลง บุคลิกภาพแย่ลงรวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุมากขึ้น ในผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้มักมีปัญหาต่อมทอนซิลและแอดี นอยด์โตร่วมด้วยซึ่งเป็นสาเหตุของการกรน และหรือภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับที่พบได้บ่อย