Publication

โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ตอนที่ 1


Update : 17 Feb 2011

โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้มีคำ จำกัดความในทางคลินิกตามอาการคือ เป็นโรคที่มีความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายชนิดที่มีอาการแสดงทาง จมูก...

คำจำกัดความ

โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้มีคำจำกัดความในทางคลินิกตามอาการคือ เป็นโรคที่มีความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายชนิดที่มีอาการแสดงทาง จมูก เกิดหลังจากได้รับสารก่อภูมิแพ้เข้าไปแล้วเกิดการอักเสบของเยื่อบุจมูกทำให้ เกิดอาการคัน น้ำมูกไหล จาม และคัดจมูกตั้งแต่น้อยจนถึงเป็นมาก

อุบัติการณ์


โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้เป็นโรคที่พบได้บ่อยในประเทศไทยและประเทศอื่นๆทั่วโลก อุบัติการณ์ของโรคนี้พบได้ประมาณ
ร้อยละ 10-25 ของประชากรทั่วไป อุบัติการณ์ของโรคนี้มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีมลพิษทางอากาศเพิ่มขึ้น 
เชื่อว่าการที่มีปริมาณของสารก่อภูมิแพ้มากขึ้นและประชากรสัมผัสกับสารก่อ ภูมิแพ้และสารระคายเคืองในอากาศมากขึ้นทำให้พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ในเด็กจะพบโรคนี้ในเด็กชายบ่อยกว่าเด็กหญิงแต่ในผู้ใหญ่จะพบในผู้หญิงได้ บ่อยกว่าผู้ชาย โรคนี้มักจะเริ่มแสดงอาการ
ในวัยเรียนหรือวัยรุ่น

ความสำคัญ


โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้นี้มักไม่รุนแรงแต่มีผลต่อการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมของ ผู้ป่วย และมีผลต่อการเรียนและประสิทธิภาพในการทำงานทำให้คุณภาพชีวิตทั้งทางด้าน ร่างกาย จิตใจและการเข้าสังคมแย่ลงเมื่อเทียบกับคนปกติทั่วไป ยิ่งกว่านั้นค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคนี้ก็มีมูลค่าสูงด้วย นอกจากนี้การที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องอาจเกิดโรคแทรกซ้อนตามมาได้ เช่น หูชั้นกลางอักเสบ โรคหืด ไซนัสอักเสบ  ริดสีดวงจมูก นอนกรนและหรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การจำแนกชนิดของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้


ในสมัยก่อนโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้แบ่งโดยอาศัยระยะเวลาที่ผู้ป่วยมีอาการออก เป็นชนิดที่เป็นเฉพาะฤดู (seasonal) และชนิดที่เป็นตลอดทั้งปี (perennial) ส่วนการวินิจฉัยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ใช้ประวัติอาการคัน จาม น้ำมูกไหลและคัดจมูก โดยมีอาการดังกล่าวมากกว่าหรือเท่ากับ 2 อาการ และอาการเหล่านั้นเป็นอยู่นานมากกว่า 1 ชั่วโมง และเป็นแทบทุกวัน คณะทำงานขององค์การอนามัยโลก(WHO)ได้เสนอการแบ่งชนิดของโรคจมูกอักเสบจาก ภูมิแพ้แบบใหม่โดยแบ่งเป็น 2 ชนิด เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการวางแผนการรักษา ในการแบ่งกลุ่มใหม่ของโรคนี้อาศัย
• อาการและผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต
• ระยะเวลาที่เป็นโดยแบ่งเป็นกลุ่ม "มีอาการเป็นบางครั้ง (intermittent)" หรือ "มีอาการตลอดเวลา (persistent)"
• แบ่งตามความรุนแรง คือ "อาการน้อย (mild)" หรือ "อาการปานกลางถึงมาก(moderate - severe)" ขึ้นกับอาการและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
1.ผู้ป่วยมีอาการเป็นบางครั้งหมายถึง มีอาการน้อยกว่า 4 วันต่อ 1 สัปดาห์ หรือมีอาการติดต่อกันน้อยกว่า 4 สัปดาห์
2.ผู้ป่วยมีอาการตลอดเวลาหมายถึง มีอาการมากกว่า 4 วัน ต่อ 1 สัปดาห์ และมีอาการติดต่อกันนานกว่า 4 สัปดาห์
 องค์การอนามัยโลกได้เสนอให้ใช้อาการทางคลินิกที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย แบ่งความรุนแรงของโรคออกเป็น 2 กลุ่มคือ
1.อาการน้อย
2.อาการปานกลางถึงมาก
โดยในกลุ่มอาการน้อยไม่มีอาการดังต่อไปนี้ ส่วนในกลุ่มอาการปานกลางถึงมาก มีอาการดังต่อไปนี้ 1 อาการหรือมากกว่าคือ
• ไม่สามารถนอนหลับได้ตามปกติ
• มีผลต่อกิจวัตรประจำวันการเล่นกีฬาและการใช้เวลาว่าง
• มีปัญหาต่อการทำงานและการเรียน
• อาการทำให้ผู้ป่วยรู้สึกรำคาญ

การจำแนกชนิดของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

เมื่อผู้ป่วยสัมผัสสารก่อภูมิแพ้เช่น ฝุ่นบ้าน ผู้ป่วยจะมีอาการคันจมูกและอาจมีอาการจามติดๆกันหลายครั้งและมีน้ำมูกใสๆ และอาการคัดจมูกตามมา อาการดังกล่าวมักเป็นอยู่เป็นนาทีหรือชั่วโมง หลังจากนั้นจะหายได้เองโดยอาจมีอาการคันที่ตา คอ หู หรือที่เพดานปากด้วย  นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจมีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น อาการปวดศีรษะ เสียงเปลี่ยน จมูกไม่ได้กลิ่น น้ำมูกไหลลงคอ ไอ เจ็บคอเรื้อรัง อาจมีอาการหูอื้อหรือมีเสียงดังในหู

อาการแสดง

ผู้ป่วยที่มีอาการตั้งแต่อายุยังน้อยและเป็นอยู่นานทำให้ต้องหายใจทางปากเสมอ อาจทำให้การเจริญเติบโตของกระดูกใบหน้า
และฟันผิดปกติ คือใบหน้าส่วนล่างจะยาวกว่าปกติเนื่องจากต้องอ้าปากหายใจตลอดเวลา เพดานปากจะแคบและโค้งสูง ในเด็กที่มีอาการคันจมูก เด็กมักจะยกมือขึ้นขยี้หรือเสยที่ปลายจมูกบ่อยๆการทำเช่นนี้นานๆอาจทำให้ เกิดมีรอยย่นที่สันจมูก รายที่มีอาการ
คัดจมูกอยู่นานๆอาจทำให้มีการคั่งของเลือดบริเวณใต้ขอบตาล่าง
ขณะที่ผู้ป่วยกำลังมีอาการถ้าตรวจจมูกจะพบว่าเยื่อบุจมูกจะบวม อาจมีสีซีดหรือสีคล้ำมีน้ำมูกใสๆจำนวนมากเยื่อบุจมูกอาจมีริดสีดวงจมูกร่วม ด้วยได้ เยื่อบุในโพรงหลังจมูกอาจบวมซีดและมีน้ำมูกใสๆ นอกจากนั้นอาจพบต่อมแอดีนอยด์โตได้ การตรวจคออาจพบผนังคอเป็นตุ่มนูนแดงกระจายอยู่ทั่วไปซึ่งเกิดจากการระคาย เคืองเรื้อรังของผนังคอจากน้ำมูกที่ไหลลงคอหรือจากการหายใจทางปาก



แต่งโดย : ศ.นพ. เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม
สมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย